วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กิจกรรมและประชุมประจำเดือน มกราคม 2569

 

เมื่อวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569  คลับสเตชั่น The DXer (E20AE) จัดกิจกรรมเกี่ยวกับความรู้ในกิจการวิทยุสมัครเล่นเหมือนเคย  มีเพื่อนให้เกียรติมาเยี่ยมชมและพูดคุยกันหลายท่านเลยทีเดียว ขอขอบคุณทุกท่านด้วยนะครับ เราจะพยายามจัดกิจกรรมอย่างอย่างต่อเนื่อง

สำหรับใน ครั้งนี้เราพูดคุยกันหลายเรื่อง เช่น: 

- วัด I, V distribution (การกระจายตัวของกระแสและโวลเตจที่จุดต่างๆ) บนสายอากาศ  ด้วยเครื่องมืดวัดแบบ DIY   เป็นการวัดจริงๆ ไม่ใช่ดูจากโปรแกรมจำลองสายอากาศ

- วัด common mode current (Icm) หรือกระแสโหมดร่วม  วัดให้เพื่อนๆ เห็นชัดเจนว่ามีจุดที่สูงสุดและต่ำสุดบนสายนำสัญญาณ นั่นคือ envelope ของคลื่นนิ่งที่อยู่บนผิวด้านนอกของชีลด์ของสายนำสัญญาณ 

- เราลองวัดด้วย RF current meter (MFJ-854) และด้วย RF sniffer (อ่านด้วย spectrum analyzer ที่พี่โจโจ้ e25vbe นำมาช่วยทดสอบ) 

- ทดลองลด Icm ด้วย ugly balun  โดยการใส่ ugly balun เข้าที่โคนสายอากาศแล้ววัด Icm อีกครั้ง 

- ทดลองลด Icm ด้วย sleeve balun  โดยการใส่ sleeve balun เข้าที่โคนสายอากาศแล้ววัด Icm อีกครั้ง 

- ทดลอง 1:1 coaxial voltage balun ว่ามันไม่ใช่อุปกรณ์ impedance transparent 

- ทดลองการเปลี่ยนแปลงของ Icm เมื่อนำสายอากาศไดโพล (ปกติจะมี Icm ต่ำ ถ้าไม่อยู่ใกล้โลหะใดๆ ในแนว polarization เดียวกัน) เข้าใกล้โลหะอื่น 

- คุยเฟื่องเรื่องสายนำสัญญาณ เช่น Zo คืออะไร มาจากไหน โหมดของคลื่นแบบ balanced และ unbalanced เป็นอย่างไร  สายนำสัญญาณและสายอากาศแบบ balanced และ unbalanced เช่น coaxial cable, twin-lead, ladder line มีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง และทำไมถึงเป็นเช่นนั้น 

- ทฤษฎีสายนำสัญญาณ สมการสายนำสัญญาณไปสู่สมิทชาร์ท การอ่านสมิทชาร์ท (ซึ่งที่จริงแล้วมีรายละเอียดมากใน blog ของคลับฯ เพื่อนๆ สามารถอ่านเองได้ แต่ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจหรืออยากให้เปิด session พิเศษพูดคุยในเรื่องนี้ หรือเจาะลึกเป็นจุดจุด ก็ยินดีจัดให้นะครับ)

- การปรับตั้งวิทยุ Digital FT8, DSTAR (ขอบคุณ พี่ตู่ hs1zhy น้องตี๋ e24mta) 

- ทดสอบ คำนวณ และวิเคราะห์ความเร็วของคลื่น RF TEM mode ในสายนำสัญญาณ RG8A/U Belden 9913 50Ω ว่าเป็นเท่าไร เราทดสอบและคำนวณได้ 0.844c หรือที่เรามักเรียกกันว่า velocity factor = 0.844   (ภายหลังเปิดสเป็คจึงพบว่าเป็น 0.84c ถือว่าถูกต้องมาก) ทั้งๆ ที่ฉนวนเป็น solid polyethelene ที่เรามักคุ้นเคยกับ velocity factor = 0.66  จากการสังเกตพบว่า Belden ใช้ PE เป็นฉนวนหุ้มที่มีโครง spacer ทำให้มีโพรงอากาศขนาดใหญ่เป็นส่วนประกอบของฉนวนด้วย   effective permittivity ของฉนวนระหว่างแกนกลางและชีลด์จึงต่ำลง  ความเร็วของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในสายสัญญาณนี้จึงเร็วกว่าเมื่อใช้ฉนวนเป็น PE เต็มปริมาตร  ผลพลอยได้คืออัตราความสูญเสียกำลังต่อความยาวต่ำลงและประหยัดวัสดุ polyethelene ด้วย 

- คุยเรื่องระบบ modulation อื่นเช่น SSB และ CW 

- วิธีปฏิบัติในการสนทนาที่เป็นสากล (เช่น การถามและเรียกชื่อในการสนทนา การแทรกการติดต่อของคู่สถานีอื่น การขานสัญญาณเรียกขานให้ครบถ้วน การรายงานข้อมูลน้อยที่สุดเพื่อการลง log book การออกเสียงอักษร 

v-‘ฟวิก-เถอะ, 'ฟวิก-เตอะ
q-ขวิ-’เบ้ก, เขะ-'เบ้ก, ขิ-'เบ้ก  (คำนี้ออกเสียงได้หลายแบบ) 

- สนทนาถามตอบปัญหาเทคนิค และเรื่องราวอื่นๆ อีกมากมาย 

กิจกรรมในคราวหน้าคาดว่าเป็นวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 นะครับ เพื่อนๆ เคลียร์คิวไว้ได้เลย

Spectrum Analyzer ที่ถูกยืมมาวัดความแรงของสัญญาณ

ทดสอบวัด common mode current บนสายนำสัญญาณ

อุปกรณ์เครื่องมือวัด บางอย่างก็ซื้อ
บางอย่างก็ทำเองเพราะไม่มีขาย

เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ร่วมพูดคุยกันสนุกสนาน

แลกเปลี่ยนความคิดเห็นสารพัดเรื่อง

พี่ตู่ (HS1ZHY) กำลังซ่อมพัดลมระบายความร้อน

สายอากาศไดโพลถือว่าเป็นสายอากาศ
พื้นฐานที่ทำงานได้ดีและไว้ใจได้ นอกจากนั้น
ยังเป็นสายอากาศมาตรฐานที่ไว้ใช้
ทดสอบเทียบกับสายอากาศอื่นได้ด้วย

เมื่อต่อสายนำสัญญาณออกมาจากสายอากาศ
Telescopic (และอีกหลายชนิด)  มักมีกระแส
โหมดร่วม (common mode current) ไหลที่ผิว
ด้านนอกของชีลด์ของสายนำสัญญาณ เราสามารถ
วัดกระแสนี้ได้ด้วยเครื่องวัด RF current

พี่อ๊อด (HS0DJU) อธิบายสายอากาศพื้นฐาน
ชนิดต่างๆ และความแตกต่างของมัน

กระแส common mode ที่ไหลตามผิวชีลด์ของ
สายนำสัญญาณสามารถออกอากาศ
และรบกวนคลื่นจากสายอากาศหลักได้

พี่ปิง HS1EY รุ่นเก๋าให้เกียรติมาเล่าเรื่องราว
ยุคแรกๆ ของวิทยุสมัครเล่นไทยให้เราฟังด้วย

แล้วพบกันอีกในกิจกรรมครั้งต่อไปนะครับ
73 DE E20AE