เราเคยสงสัยไหมเกี่ยวกับความแรงของสัญญาณจาก j-pole มัน กับ slimjim ไหม ถ้าเราค้นใน internet บางทีจะเห็นคำอธิบายที่นำไปข้อสรุปว่าสายอากาศ slimjim มีเกนดีกว่า j-pole ราว 3 dB (ประมาณ 2 เท่า) ซึ่งไม่จริง (ด้วย common sense และการ simulation ซึ่งเราจะค่อยๆ คุยกันต่อไป)
คราวนี้ก็มาถึงคำถามเกี่ยวกับ common sense ว่าความรู้สึกแบบไหนถีงอธิบายว่าทำไม slimjim ไม่แรงกว่า 2 เท่าของ j-pole ทั้งที่ โลหะมันพับกลับมาได้ ดูรูปที่ 1
หรือ ทำไมสายอากาศไดโพล ถึงออกอากาศได้กำลังเท่าๆ กับโฟลเด็ดไดโพลทั้งๆ ที่โฟลเด็ดไดโพล มันมีโลหะพับกลับมาอีกทบหนึ่ง ดูรูปที่ 2
คำอธิบายง่ายๆ เริ่มที่เราต้องเข้าใจก่อนว่ามันเป็นสายอากาศและไม่ใช่ไฟฟ้ากระแส หรือวงจนแม่เหล็กแบบในรูปที่ 3

รูปที่ 3 ขนาดของ magnetomotive force (MMF)
ซึ่งเป็นแหล่งจ่ายของวงจรแม่เหล็ก มีขนาด
ตามกระแสและจำนวนรอบที่พันบนแกนแม่เหล็ก
ในรูปที่ 3 ถ้าเราพันลวดลงไปบนแกนทอรอยด์ กระแส (I) จะไหลเท่ากันหมดทั้งเส้น การพัน 1 รอบ กับ 5 รอบ ให้ magnetomotive force (MMF) ต่างกัน (magnetomotive force เปรียบเหมือน voltage source ในวงจรไฟฟ้าแต่อันนี้คือวงจรแม่เหล็ก) แต่วงจรของสายอากาศไม่ใช่แบบนั้น

รูปที่ 4 สายอากาศ 3 แบบ เมื่อป้อนสัญญาณ
เข้าไป จะเกิดกระแส (ขนาดตามความยาว
ของลูกศร) และเฟส (ตามทิศทางของลูกศร)
ตามรูปบน
ถ้าเราต่อวิทยุที่มีกำลังส่ง 1 วัตต์ ไปที่สายอากาศ a , b , c ในรูปที่ 4 สายอากาศทั้งสามแบบก็ควรออกอากาศไป ประมาณๆ 1 วัตต์ เท่าๆ กัน
ถ้าการยืดให้ยาวขึ้นแบบในรูป (b) (ซึ่งจะเห็นว่ากระแสจะกลับเฟส/ทิศทางเมื่อความยาวโลหะเกิน ½λ) หรือพับแบบในรูป (c) แล้วมันออกอากาศไปสองเท่า คงผิดธรรมชาติและความเป็นไปได้
สิ่งที่เกิดคือ เวลาตัวนำยาวขึ้น กระแสมันไม่ได้เท่าเดิมแต่ลดลง ทำให้กำลังงานรวมที่ส่งออกไปเท่าๆ เดิมนั่นเอง
สิ่งที่เกิดคือ:
- กระแส ที่ไหลในตัวนำสองด้านของสลิมจิม จะเป็นราวๆ ครึ่งเดียวของเจโพล
- ระยะ d ของสลิมจิม มันไกล้กันมากเกินกว่าจะมีผลของ spacing ให้เกิดเกนต่างกันอย่างมีนัยสำคัญได้

รูปที่ 6 กระแสในตัวนำสองตัวนำของสายอากาศ
โฟลเด็ดไดโพลรวมกันจะมีขนาดพอๆ กับกระแส
ในตัวนำของสายอากาศไดโพล

ภาพแพทเทิร์นเหล่านี้แสดงแบบอ้อมๆ ได้ว่าเกนของมันจะพอๆ กัน ไม่ต่างกันมากนักนั่นเอง
สรุป
- การพับลวดโลหะในการทำตัวแพร่กระจายคลื่นไปมา ถ้าทับในบริเวณเดียวกันกระแสจะลดลง ไม่เช่นนั้นพลังงานที่แพร่กระจายออกไปจะเป็นสองเท่า จึงเป็นไปไม่ได้
- ในสายอากาศ ถ้าจะมีเกนเกิดขึ้น (พลังงานถูกส่งไปได้ดีในบางทิศทาง ทิศทางอื่นจะต้องมีพลังงานน้อยลง ถ้าแพทเทิร์นเหมือนๆ กัน เกนจะเท่าๆ กัน