วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2562

กิจกรรมและประชุมประจำเดือน มีนาคม 2562


กิจกรรม และประชุมประจำเดือน มีนาคา 2562 ของชมรม The DXER (Thailand) (สัญญาณเรียกขาน E20AE) วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2562 ที่บ้านของคุณนพดล เต็มกมลรัตน์ (HS1ZHY) ซ.คลองหลวง 10  ถ.พหลโยธิน อ.รังสิต จ.ปทุมธานี

กิจกรรมเริ่มเวลา 08:00 โดยประมาณ
- Digital Workshop ทั้ง DSTAR และ DMR ใครไม่เข้าใจตรงไหน ยังตั้งทั้งเครื่องทั้ง hotspot ไม่ถูก หอบมาเล่นกันในงาน
- กิจกรรม สร้าง ซ่อม ดัดแปลง สายอากาศสารพัดแบบ
- Mini Portatble Station HF/VHF นั่งเล่นกันกลางสนามแบบ "รัก-รักษ์โลก" งานนี้จะอาศัยพลังงานจากโซลาร์เซลล์ มาดูกันว่าจะคุยกับใครได้บ้าง

การประชุม กำหนดเริ่มเวลา 17:00 น.
- วางแผนการเดินทางไกล (DX) นอกสถานที่
- การจัดทำวิดิโอต่างๆ ในการเผยแพร่ความรู้ในการสื่อสารให้กับนักวิทยุสมัครเล่น และ ผู้สนใจทั่วไป
- แผนการทำงานสำหรับ REF911 ในระบบ DSTAR และ การตั้ง TG52091 ในระบบ DMR
- แผนการสำหรับงาน Ham Fair 2019 ที่ประเทศญี่ปุ่น ปลายเดือนสิงหาคม 2562
- แผนการ "English for Ham" เพื่อเป็นพื้นฐานในการติดต่อกับเพื่อนชาวต่างประเทศ
- พูดคุยเรื่องกิจกรรมบนอากาศ เช่น
 . REF911 NET 
 . Field Day
 . Sprint Contest

-- ภาพรวมวันกิจกรรม --

กลุ่ม Workshop ในการสร้าง และปรับแต่ง Hotspot


 


 

 

 




กลุ่มทดลองออกอากาศ ย่านความถี่ HF แบบกลางสนาม (Field)


 


 



 

 

 

 

 


กลุ่ม Workshop สร้างสายอากาศ








กลุ่ม SDR Radio และ Aircraft Tracking




ทดสอบสัญญาณประจำสัปดาห์
วันนี้มี Net Operator รับเชิญสองสถานีคือ E29MFJ (ต่อ) และน้องภูมิ (E24VRK)



เพื่อนๆ ที่สนใจร่วมกิจกรรม สามารถติดต่อชมรมได้ที่
- อีเมล์ clubstation.e20ae@gmail.com
- Facebook (ค้นคำว่า E20AE)
- ความถี่ 144.9375MHz เรียกขานเพื่อนสมาชิกชมรม The DXER
- DSTAR REF087C เรียกขานเพื่อนสมาชิกชมรม The DXER

แล้วพบกันใหม่ในกิจกรรมคราวหน้านะครับ
CU 73 DE E20AE

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2562

นักวิทยุสมัครเล่นมือใหม่ ได้สัญญาณเรียกขานแล้ว จะเริ่มใช้งานอย่างไร


ตอนนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องต่อเนื่องจากบทความคราวที่แล้ว (อ่านเรื่อง สอบเพื่อรับใบอนุญาตพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้นผ่านแล้ว ทำอย่างไรต่อ) ว่าหลังจากที่เราสอบผ่านได้รับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้นแล้ว และดำเนินการต่อจนได้รับสัญญาณเรียกขานแล้ว จะต้องทำอย่างไรต่อไป

ก่อนจะออกอากาศ

สำหรับผู้ที่มีความพร้อม ก็อาจจะจัดซื้อเครื่องวิทยุสื่อสาร รวมทั้งอาจจะเลยเถิดไปถึงการตั้งสถานีด้วยเลย ว่ากันตามหลักการแล้ว ถ้าเราต่อสายนำสัญญาณออกจากตัวเครื่องวิทยุ ไปยังสายอากาศที่ถูกติดตั้งอย่างถาวร จะถือเป็นการ “ตั้งสถานี” ซึ่งในประเทศไทยต้องขออนุญาต (จะเป็นที่บ้าน หรือ บนยานพาหนะเช่น รถยนต์ เรือยนต์ จักรยานยนต์ ก็ได้) แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมก็อาจจะต้องขอยืมของเพื่อนดูก่อน

ทีนี้ได้เครื่องมาแล้ว ต้องศึกษาคู่มืออย่างละเอียด ที่สำคัญก็เช่น
  • มาตรการความปลอดภัยในการใช้งานเครื่องวิทยุ
  • การดูแลรักษาเครื่อง
  • การชาร์จแบตเตอรี่ 
  • การใช้งาน เช่น เปิด ปิด เปลี่ยนความถี่ เปลี่ยนขั้น (step) ความถี่ การปรับตั้งใช้งานระบบดูเพล็กซ์ (Duplex) เพื่อใช้งานกับสถานีทวนสัญญาณ การเปิดปิดระบบโทนสเควลช์ (CTCSS) การปรับให้ทำงานแบบ narrow/wide band
เป็นต้น เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องทราบในการใช้งานเครื่องนะครับ ถ้าไม่ทราบก็อ่านสิ่งมหัศจรรย์ที่ผู้ผลิตแถมมาให้กับเครื่องด้วย ที่เรียกว่า "คู่มือการใช้งาน" ของเครื่องวิทยุรุ่นนั้นๆ ครับ

เมื่อปรับเครื่องเป็นแล้วก็ยังไม่กล้าคุยกับใคร อึดอัดใจเหลือเกิน ก็อยากบอกว่า ที่ไม่กล้านั้นดีแล้วล่ะครับ เพราะก่อนที่เราจะใช้วิทยุสื่อสารเพื่อออกอากาศติดต่อกับใคร (ไม่ว่าจะเป็นครั้งแรกของเรา หรือครั้งใดๆ ก็ตาม) เราจะต้องเป็น “ผู้ฟัง” ที่ดีเสียก่อน 

ฟังใครดี

ช่วงแรกๆ นี้ล่ะครับเป็นช่วงที่สำคัญ เพราะถ้าเรารับฟังตัวอย่างที่ไม่ดี เราก็จะคุ้นเคยและนำตัวอย่างไม่ดีนั้นไปประพฤติปฏิบัติต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งไม่ดี เรียกว่าทำให้ตัวเราเองเสียนิสัยก็ว่าได้

สถานีที่เราเฝ้าฟังก่อนการออกอากาศจึงควรเป็นสถานีที่ได้มาตรฐาน  คำว่าได้มาตรฐานไม่ได้หมายความว่ามีเครื่องราคาแพง สายอากาศสูง  แต่เป็นสถานีที่มีนายสถานีผู้ออกอากาศที่มีความสามารถ ออกอากาศได้ถูกต้องตามระเบียบ ธรรมเนียม และจรรยาบรรณของนักวิทยุสมัครเล่นที่ดี (อ่านเรื่อง ข้อปฏิบัติของนักวิทยุสมัครเล่น)
ในการรับฟัง พยายามฟังสิ่งเหล่านี้

1.  เลือกความถี่ที่ฟังให้ถูกต้อง คือให้เป็นช่วงที่ได้รับอนุญาตในโหมดเสียงพูด (Phone) แบบ FM เท่านั้น (ดูภาพที่ 1) โดยแต่ละความถี่ห่างกัน 12.5 KHz ถ้าเกิดเปลี่ยนความถี่ไปพบผู้ที่สนทนาในความถี่ที่ไม่ใช่ โหมดเสียงพูดแบบ FM อาจจะเป็นเพราะเขาใช้ผิดความถี่ (ผิดระเบียบด้วย แย่จริง เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับนักวิทยุรุ่นใหม่ อายแทนเลย อย่าไปยุ่งกับเขา เดี๋ยวก็ถูกทำโทษไปเอง) ก็เปลี่ยนไปความถี่ที่ถูกต้องเสีย

ภาพที่ 1 ตารางการจัดสรรความถี่
(Band Plan) สำหรับความถี่ย่าน 2 เมตร
หรือ 144-147MHz ในประเทศไทย
(ข้อมูล ณ ม.ค. 2562)

ความถี่บางช่วง จัดสรรไว้สำหรับโหมดอื่น เช่น เสียงพูดแบบ SSB, สัญญาณต่อเนื่องหรือ CW, โหมดดิจิตอล, เสียงพูดแบบ FM ผ่านสถานีทวนสัญญาณ, โหมดเชื่อมโยงเครือข่ายอื่น (เช่น Echo Link, Digital DSTAR), กิจการดาวเทียม เป็นสิ่งที่นักวิทยุต้องศึกษาให้เข้าใจและใช้งานให้ถูกที่

2. เรียกขานกันอย่างไร ที่ถูกต้อง (และเราต้องปฏิบัติ) คือเรียกด้วย โฟเนติกส์ที่ครบถ้วน ทุกตัวอักษร ชัดเจน ไม่ใช่เรียกเฉพาะ ตัวอักษรสองหรือสามตัวหลัง หรือตัวเลขกับตัวอักษรโดยไม่มีรหัสประเทศ แบบนี้ผิดทั้งระเบียบและกฎหมาย  ควรเรียกเป็นโฟเนติกส์ทั้งสัญญาณเรียกขานของคู่สถานีและของสถานีเรา อย่างน้อยสองหรือสามรอบ จนกระทั่งแน่ใจว่าทั้งสองฝ่ายรับรู้สัญญาณเรียกขานอย่างถูกต้อง จากนั้นก็อาจจะสลับเรียกด้วยตัวอักษรธรรมดาโดยไม่ต้องออกเสียงโฟเนติกส์ได้บ้าง แต่ต้องเรียกให้ครบ ทั้งรหัสประเทศ หมวดตัวเลข และตัวอักษรนะครับ (อ่านเรื่อง การขานสัญญาณเรียกขานที่ถูกต้อง)

หมายเหตุ เรียกชื่อได้ไหม? ในเมืองไทยอาจจะเป็นเรื่องแปลก แต่เป็นธรรมดาของนักวิทยุสมัครเล่นในสากล ที่เราถาม ตอบ และเรียกชื่อตัวกัน ไม่แปลกอะไร และทำกันตลอดในการสนทนา สามารถเรียกชื่อได้ แต่ก็ต้องไม่ลืมขานสัญญาณเรียกขานทั้งคู่สถานีทุก 10 นาที (หรือถี่กว่า) นะครับ

3. ฟังว่าเขา ขึ้นต้น ลงท้าย ประโยคสนทนากันอย่างไร (เรียก สัญญาณเรียกขานของคู่สถานีก่อน แล้วตามด้วย “จาก” หรือด้วยสัญญาณเรียกขานของสถานีผู้พูด  หน้าสุด หรือ/และ หลังสุดของประโยคการสนทนาก็ได้ อย่างน้อยทุก 10 นาที)

4. โดยปกติแล้ว เพื่อนๆ เขาคุยอะไรกันบ้างที่ความถี่ที่เราเฝ้าฟังอยู่ (โดยกฏระเบียบแล้ว ห้ามคุยเรื่อง การเมือง ศาสนา ความเชื่อ โฆษณาธุรกิจการค้า เปิดดนตรีเพื่อการบันเทิง หรือสิ่งใดที่ผิดหลักปฏิบัติของการเป็นนักวิทยุที่ดี เป็นต้น) ถ้าเป็นเรื่องที่เราไม่ถนัด ไม่สนใจ หรือคาดว่าคุยไปแล้วอาจจะเกิดความขัดแย้งได้ ก็ควรลองหาความถี่อื่นทดลองฟังดู

5. ถ้อยคำที่ใช้ (ใช้แต่คำที่สุภาพไม่ใช้คำหยาบคาย เพราะเราไม่อาจจะทราบได้เลยว่ามีใครฟังอยู่บ้าง อาจจะมีทั้งผู้ใหญ่ และเด็ก เยาวชน)
เอาล่ะ ถึงเวลาขาไม่สั่นแล้ว

คราวนี้ก็ถึงเวลาที่จะทดลองอากาศจริงๆ โดยมีวิธีออกอากาศ 2-3 สถานการณ์คือ

1. ต้องการติดต่อกับเพื่อนที่ใช้ความถี่อยู่

คือ เราเปิดเครื่องขึ้นมา เปลี่ยนหาความถี่ เฝ้าฟังสักครู่ (เช่น 1-2 นาที) พบว่ามีเพื่อนใช้ความถี่สนทนากันอยู่ และเราต้องการติดต่อด้วย (ไม่ว่าจะเคยรู้จักกันมาก่อนหรือไม่) ให้รอจังหวะที่สถานีที่เราต้องการติดต่อ “ปล่อยคีย์” ให้เรากดคีย์ แล้วบอกสัญญาณเรียกขานของเรา จากนั้นปล่อยคีย์ (นี่คือวิธีมาตรฐานที่นานาประเทศทำกัน) หรือ อาจจะกดคีย์ แล้วพูดว่า ขออนุญาตติดต่อ (หรือ contact ก็ได้) จาก <สัญญาณเรียกขานของเรา> จากนั้นปล่อยคีย์ วิธีนี้ในประเทศไทยใช้กันบ่อย
ข้อสังเกต ปกติแล้ว ผู้ที่ปล่อยคีย์หลังสุดก่อนที่เราจะกดคีย์ ติดต่อเข้าไปจะเป็นผู้รับการติดต่อจากผู้ที่แทรกเข้าไป 

2. ความถี่ว่าง และเราต้องการใช้เพื่อเรียกเพื่อน

กรณีนี้คือ เราเปิดเครื่องขึ้นมา เปลี่ยนหาความถี่ เฝ้าฟังสักครู่ (เช่น 1-2 นาที) เรารับใครไม่ได้และเข้าใจว่าไม่มีใครสนทนากันอยู่ และเราต้องการใช้ความถี่เรียกเพื่อนที่เรารู้จัก คือรู้สัญญาณเรียกขานของเขา ให้ถามทวนอีกครั้งหนึ่งว่าความถี่นั้นว่างหรือไม่ มีเพื่อนกำลังใช้ต่อเนื่องอยู่หรือเปล่า เนื่องจากการที่เรารับใครไม่ได้นั้นเป็นเพราะสถานีเราเล็ก สายอากาศเล็ก แต่ยังมีเพื่อนสนทนากันอยู่ก็ได้ ดังนั้นก่อนที่เราจะใช้งานต้องขออนุญาตโดยอาจจะถามว่า

 “มีเพื่อนๆ ใช้งานความถี่นี้ต่อเนื่องอยู่หรือไม่ครับ/คะ”
(อาจจะมี สถานีที่สาม ที่เขาเฝ้าฟังอีกคู่สถานีหนึ่งสนทนากันอยู่ แจ้งให้เราทราบว่า มีคนใช้งานอยู่นะ)

หมายเหตุ ปกติแล้วถ้าความถี่ว่างอยู่ไม่มีใครใช้ควรจะไม่มีใครตอบมา ตัวเราเองถ้าเฝ้าฟังความถี่นั้นอยู่แต่ไม่ได้ใช้งาน แล้วมีเพื่อนมาถามก็ไม่ต้องตอบว่าว่างหรือไม่ว่างนะครับ ให้เงียบไว้ เป็นอันหมายความว่าความถี่ว่าง  แต่ในเมืองไทยเรามักจะตอบไปว่า “ว่างครับ/ค่ะ ใช้งานได้เลย” ก็เป็นธรรมเนียมของประเทศไทยที่อาจจะไม่ค่อยเหมือนใครเขา ก็ไม่ว่ากันแล้วกันครับ)
ถ้าไม่มีใครตอบมา หรือไม่มีใครบอกว่าความถี่ไม่ว่าง หรือมีเพื่อนบอกว่าความถี่ว่าง ก็ขออนุญาตใช้งาน เช่น

“ขออนุญาตเรียกเพื่อนสมาชิกสักหน่อยนะครับ/คะ”

และหลังการสนทนา ก็อย่าลืมขอบคุณและลาเพื่อนที่อาจจะเฝ้าฟังอยู่ด้วย เช่น
“ ขอขอบคุณเพื่อนที่ให้ใช้ความถี่ครับ/ค่ะ จาก (สัญญาณเรียกขายของเรา) 73 ครับ/ค่ะ
 เป็นต้น
ตัวอย่างการเรียกขานเพื่อนนักวิทยุ
เมื่อคิดว่าความถี่ว่างจากการใช้งาน



3. ต้องการคุยกับเพื่อนท่านใดก็ได้ (CQ)

อีกกรณีหนึ่งที่เราสามารถเป็นผู้เริ่มการติดต่อทางวิทยุสมัครเล่น ก็คือเราต้องการคุยกับใครก็ได้ วิธีนี้เรียกว่าการ CQ
ในประเทศไทยการ CQ อาจจะเป็นเรื่องที่เราไม่คุ้นเคยนักยกเว้นในการแข่งขันต่างๆ (CQ contest ต่างๆ) แต่ในระดับนานาชาติแล้ว การ CQ เป็นเรื่องปกติสามัญมากที่นักวิทยุทั่วโลกทำกันอยู่ตลอดเวลา เรียกว่าเหงาๆ ไม่รู้จะคุยกับใคร หรือต้องการทดสอบว่าระบบวิทยุสื่อสารของตนเองยังทำงานปกติหรือไม่ ก็ CQ เรียกเพื่อนนักวิทยุคนอื่นมาคุยด้วย เป็นเรื่องธรรมดาและทำกันตลอดเวลา

ก่อนการ CQ ก็ให้ถามเข้าไปในความถี่ก่อนว่าความถี่นี้ว่างหรือไม่เหมือนเช่นเคย (ดูข้อ 2) ถ้าความถี่ว่างก็ CQ เช่น

“CQ CQ CQ จาก <สัญญาณเรียกขานของเรา 2 ครั้ง>” หรือ
“CQ CQ CQ จาก <สัญญาณเรียกขานของเรา 2 ครั้ง> มีท่านใดสแตนด์บายอยู่หรือไม่ครับ/คะ”

ทำแบบนี้ เรื่อยไป จนกระทั่งมีเพื่อนตอบ ซึ่งถ้ามีเพื่อนมาตอบเราก็สนทนากันไป
ถ้าไม่มีเพื่อนมาตอบก็  CQ ไปเรื่อยจนมั่นใจว่าไม่มีใครมาตอบแน่ หรือคิดว่าควรจะคืนความถี่ให้เพื่อนท่านอื่นที่อาจจะต้องการใช้ ได้มีโอกาสใช้บ้าง
การ CQ หาเพื่อนๆ เป็นเรื่องปกติของ
นักวิทยุสมัครเล่นทั่วโลกทำกัน
เมื่อเราได้ยิน ก็สามารถเข้าไปตอบได้
ตัวอย่างนี้ VK3OCD CQ และ
HS0DJU เข้าไปตอบและสนทนาด้วย
จะเห็นว่ามีการบอกชื่อกัน เป็นเรื่องธรรมดา

คำศัพท์ ตัวย่อ ต่างๆ ล่ะ

ภาษาของวิทยุสมัครเล่นนั้นส่วนหนึ่งลอกเลียนมาจากภาษาการติดต่อทางโทรเลข ในสมัยก่อนนั้น (ในต่างประเทศ ซึ่งมีกิจการนี้มานานมากแล้ว) วิทยุสมัครเล่นก็ติดต่อกันด้วยรหัสมอร์ส  จึงมี Q code ต่างๆ ให้ใช้เพื่อความสะดวก และออกจะจำเป็นมากกว่าถ้าเราติดต่อด้วยโหมด CW (Continuous Wave หรือ รหัสมอร์ส) แต่สำหรับนักวิทยุใหม่ๆ ที่มักติดต่อกันในโหมดเสียงพูด (phone mode) เราแทบจะไม่จำเป็นต้องใช้ Q code เหล่านี้เลย พูดง่ายๆ ว่าสนทนากันด้วยถ้อยคำตามปกติ ไม่จำเป็นต้องใช้ Q code หรอก แต่จะใช้บ้าง โดยไม่ให้เลอะเทอะมากเกินไป ก็คงไม่ว่ากันหรอกนะ (แต่ต้องใช้ให้ถูกต้องด้วย)

อ่อ... คำที่ใช้มากที่สุดในบรรดารหัสเหล่านี้ก็คือ 73 และ 88 ที่หมายถึง "ด้วยความปรารถนาดี" นั่นเอง (88 อาจจะหมายถึง "73 & จุ๊บๆ" ทำนองนั้น คงสงวนไว้สำหรับเพื่อนต่างเพศที่สนิทสนมกันครับ)

สรุป

อาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องซับซ้อน แต่รับรองว่าทั้งหมดนี้จะไม่ยากเลยถ้าเพื่อนเพื่อนใช้ทักษะที่สำคัญที่สุดของการเป็นนักวิทยุสมัครเล่นคือ “การฟัง” ฟังให้มากๆฟังคนที่ใช้งานได้อย่างถูกต้องเค้าคุยกันแล้วท่านจะเป็นนักวิทยุสมัครเล่นที่ มีทักษะในการสนทนาและใช้งานความถี่ที่ถูกต้อง

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

สอบเพื่อรับใบอนุญาตพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้นผ่านแล้ว ทำอย่างไรต่อ


กิจการวิทยุสมัครเล่นกิจการสากลที่แทบทุกประเทศในโลกนี้มีกิจการนี้ ปัจจุบันคือปี พ.ศ. 2562 มีเพียงสองประเภทเท่านั้นคือเยเมนและเกาหลีเหนือที่ไม่มีกิจการวิทยุสมัครเล่น ก็หวังลึกๆ ในใจว่าจะมีกิจการนี้กับเขาบ้าง (เราจะได้มีโอกาสติดต่อกับเขาด้วย)

ในแต่ละปีมีสมาคมวิทยุสมัครเล่นต่างๆ ในประเทศไทย ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน กสทช. ให้ดำเนินงานการจัดสอบบุคคลเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น  (แทบทั้งหมดก็คือขั้นต้น ยกเว้น สมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์เท่านั้นที่เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นกลางหรือขั้นสูง) ก็ต้องแสดงความยินดีกับผู้ที่สอบผ่านในแต่ละครั้งด้วยนะครับ

สอบผ่านแล้ว เป็นนักวิทยุสมัครเล่นหรือยัง

หลายท่านที่สอบผ่านแล้วเมื่อเห็นเครื่องวิทยุของเพื่อนก็จะอาจจะอยากไปใช้งานออกอากาศคุยกับใครเขาบ้าง ถามว่าทำได้หรือไม่ คำตอบที่ชัดเจนคือไม่สามารถทำได้เนื่องจากท่านยังไม่มี “สัญญาณเรียกขาน” ของตัวเอง (ไม่นับการออกอากาศที่ “สถานีคลับสเตชั่น” ภายใต้การควบคุมของนักวิทยุสมัครเล่นที่เหมาะสม ที่มีวัตถุประสงค์ให้บุคคลธรรมดาหรือนักวิทยุสมัครเล่นที่มีสัญญาณเรียกขานแล้วมาออกอากาศได้ โดยใช้สัญญาณเรียกขานของคลับสเตชั่นนั้น) โดยสรุปคือ การที่บุคคลสอบผ่านและมีประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นนั้น ยังไม่ถือว่าท่านเป็นนักวิทยุสมัครเล่น นั่นเอง

ทำอย่างไรถึงจะได้เป็นนักวิทยุสมัครเล่น

หลายท่านที่มีเพื่อนหรือญาติพี่น้องที่เป็นวิทยุสมัครเล่นอยู่แล้วก็อาจจะพอสอบถามข้อมูลว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปได้อยู่บ้าง แต่อีกหลายท่านที่อาจจะไม่มีผู้แนะนำผมก็ขอถือโอกาสเล่าประวัติเล็กน้อยรวมทั้งแนะนำ ไปด้วยในเวลาเดียวกันนะครับ

ในสมัยก่อน (เช่นก่อนปี พ.ศ. 2535) หลังจากที่บุคคลสอบผ่านได้รับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นแล้ว การจะขอสัญญาณเรียกขานเป็นสิ่งที่ยุ่งยากมากเนื่องจากจะต้องมีการสอบประวัติของบุคคลนั้นเสียก่อน การสอบประวัติทำโดยการสอบถามไปยังหน่วยงานภาครัฐเช่นตำรวจสันติบาลกันเลยทีเดียว ยกเว้นแต่คนนั้นเป็นข้าราชการซึ่งถือว่าต้องเป็นผู้มีความประพฤติดีและไม่มีความเสียหายใดติดตัว หรือมีข้าราชการชั้นสูงรับรองให้ก็จะเพิ่มความรวดเร็วได้

ต่างจากสมัยนี้มากที่ บุคคลสามารถขอสัญญาณเรียกขานได้เลย เพียงแต่ท่านนำเอกสารที่ครบถ้วน ไปยังสำนักงาน กสทช. (ตามเขตต่างๆ ก็ได้) เจ้าหน้าที่ก็สามารถดำเนินการออกสัญญาณเรียกขานให้กับท่านได้ทันที  เอกสารที่จะต้องมีก็คือ
  1. บัตรประชาชนและสำเนา
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน 
  3. สำเนาใบประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ
  4. บัตรสมาชิก (หรือหนังสือรับรองการเป็นสมาชิก) ของสมาคมวิทยุสมัครเล่นที่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน กสทช. ที่ยังไม่ขาดสมาชิกภาพ
ในกรณีที่ท่านให้ร้านค้า (หรือสมาคมที่ กสทช. รับรอง หรือเพื่อนฝูงไปทำให้) เป็นผู้ช่วยดำเนินการขอสัญญาณเรียกขานให้ก็จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจด้วย ที่อยากย้ำให้เข้าใจคือ สำหรับประเทศไทยแล้ว ตลอดเวลาที่ท่านเป็นพนักงานวิทยุสมัครเล่น จะต้องมีใบอนุญาตพนักงานวิทยุสมัครเล่น (ที่กำลังจะไปขอนี่ล่ะ) และ (และ แปลว่า ต้องมีทั้งสองอย่าง) การเป็นสมาชิกของสมาคมวิทยุสมัครเล่นที่ กสทช. รับรอง และทั้งสองอย่างไม่หมดอายุ คือไม่ขาดต่ออายุนั่นเอง

ถึงจุดนี้ ขอเล่าเพิ่มเติมว่า กระบวนการของเราอาจจะต่างจากประเทศอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งเมื่อบุคคลสามารถสอบใบอนุญาตผ่านแล้ว (ขั้นแรกของเขาคือ Technician Class ซึ่งเทียบได้กับขั้นต้นของเรา) จะได้รับสัญญาณเรียกขานแถมมาด้วยทันที (เขาก็ใช้เวลาดำเนินการนิดหน่อย แต่ ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม)

ได้เป็นนักวิทยุสมัครเล่นแล้ว

หลังจากที่ท่านได้สัญญาณเรียกขานของไทยซึ่งจะขึ้นต้นด้วย HS (Hotel Sierra; โฮเทล เซียร่า) หรือ E2 (Echo Two; เอ้คโค่ ทู) ซึ่งในปัจจุบันสัญญาณเรียกขาน HS คงหมดแล้วสำหรับบุคคลไทย (เรามีสัญญาณเรียกขานกลุ่ม HS0Z?? ที่สงวนเอาไว้สำหรับนักวิทยุต่างชาติ) ก็คงต้องเป็น E2 นั่นคือ ท่านได้เป็นนักวิทยุสมัครเล่นโดยสมบูรณ์แล้ว (สมัยของผู้เขียนเอง การขอสัญญาณเรียกขานนั้น นอกจากถูกสอบประวัติไปยังตำรวจสันติบาลที่ใช้เวลานับครึ่งค่อนปีแล้ว การจะได้สัญญาณเรียกขานพนักงานวิทยุสมัครเล่นยังจะต้องซื้อเครื่องวิทยุด้วยซึ่งในสมัยนั้นผู้เขียนเองก็ต้องเก็บเงินเดือนทั้งเดือนเลยทีเดียว)

แล้วไงต่อ?!?

หลังจากที่ได้สัญญาณเรียกขานแล้วการจะกดคีย์เพื่อพูดออกอากาศนั้นช่างเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเสียจริงๆ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามีใครรับฟังเราอยู่บ้างทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพูดออกไปจะไม่เป็นความลับเรียกว่า “ไม่มีความลับบนอากาศ” นั่นเอง ดังนั้นจึงมีขั้นตอนก่อนหน้าที่จะกดคีย์ออกอากาศเป็นครั้งแรกอยู่บ้าง ซึ่งในฐานะนักวิทยุสมัครเล่นรุ่นพี่ก็อยากจะให้คำแนะนำไว้ ก็ติดตามอ่านได้ในเรื่อง นักวิทยุสมัครเล่นมือใหม่ ได้สัญญาณเรียกขานแล้ว จะเริ่มใช้งานอย่างไร นะครับ สำหรับคราวนี้ต้องขอหมดข้อความและกล่าวคำว่า

73 จาก HS0DJU (จิตรยุทธ จุณณะภาต)
แล้วพบกันในตอนต่อไปครับ

วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

กิจกรรมและประชุมประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2562

กิจกรรมของชมรม The DXER (Thailand) (สัญญาณเรียกขาน E20AE) วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 ที่บ้านของคุณนพดล เต็มกมลรัตน์ (HS1ZHY) ซ.คลองหลวง 10  ถ.พหลโยธิน อ.รังสิต จ.ปทุมธานี
 
กิจกรรมเริ่มเวลา 08:00 โดยประมาณ
- แนะนำการตั้งค่า ต่างๆของ Digital mode DSTAR & DMR
- Work shop ประกอบ Hot spot
- วิธีการติดตั้ง จอ Nextion และการลง layout จอ Nextion
- วิธีการประกอบสายอากาศ และ เทคนิคการ matching สายอากาศ Folded Dipole 4stack
- หลักการ และสาธิตการทำงาน Offset Attenuator (สำหรับการหาทิศทางของแหล่งสัญญาณ)
วาระการประชุม
กำหนดเริ่มประชุม เวลา 17:00 น.
- การเข้าร่วมงาน RAST ในวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2562
- การเข้าร่วมงาน VRA ในวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2562
- สรุปกิจกรรม TFDC 2019 ที่ผ่านมา
- วางแผนการเดินทางไกล (DX) นอกสถานที่ (จังหวัด ระยอง)
- การจัดทำวิดิโอต่างๆ ในการเผยแพร่ความรู้ในการสื่อสารให้กับนักวิทยุสมัครเล่น และ ผู้สนใจทั่วไป
- แผนการทำงานสำหรับ REF911 ในระบบ DSTAR และ การตั้ง TG52091 ในระบบ DMR
- งาน Ham Fair 2019 ที่ประเทศญี่ปุ่น ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2562
- เน็ตใน REF911 รวมถึง การ promote ต่างๆ เช่น การพูดคุย และตอบปัญหาและ ข้อสงสัยต่างๆ ในการใช้เครื่องวิทยุรับส่งรุ่นต่างๆ
- การจัดทำคอร์ส "English for Ham" เพื่อเป็นพื้นฐานในการติดต่อกับเพื่อนชาวต่างประเทศ
- เสนอปรับปรุง “วัตถุประสงค์” ของชมรม
- กิจกรรมบนอากาศ (on the air) ที่ชมรม The DXER  สามารถจัดได้ (FD, Sprint, NET, etc.)
 
- - - สรุปภาพรวม - - -
 
เช่นเดิม เพื่อนๆ ทะยอยมากันที่บ้านของ
พี่ตู่ (HS1ZHY) ข้างโรงกษาปณ์ รังสิตนี่เอง


 
 
เข้าที่แล้วก็เริ่มจัดโต๊ะทำงาน เพราะว่าต้อง
ทำทั้งสายอากาศโดยอาตุ้ม (HS1DNG)
วันนี้มีคุณลุงเล็ก (HS1OLQ) มาสนุกด้วย
 
และการปรับตั้งตัวรับสัญญาณเพื่อเชื่อมต่อ
internet หรือที่เรียกว่า hotspot ของระบบ
DMR และ DSTAR โดยคุณจี (HS1ZBT)
ขวาสุดคือ คุณดั้ง (E20TWR) มาร่วม
เล่นกับเราด้วย
 

 
ส่วนที่ทำสายอากาศก็ทำกันไป
 

ใครไม่เคยดัดห่วงก็มาลองดัดดู ตรงบ้าง
ไม่ตรงบ้าง ดัดไปดัดมา เดี๋ยวก็ตรงเอง
ถ้าไม่ตรงก็ดัดจนหัก ทำใหม่แค่นั้นเอง
(พี่ฤทธิ HS2AAW กับพี่ขวัญ E21SP
ไม่ได้ว่าไว้แบบนั้น ผมบอกเองแหละ)
 


ดัดเสร็จก็เอามาประกอบเป็นรูปเป็นร่าง
ส่วนจะเหมือนเครื่องดนตรีที่เรียกว่า
ทรอมโบน หรือไม่ ก็ลองดูเอาเอง
แต่ที่แน่ๆ คงเล่นเป็นเพลงไม่ได้
 


ไหนๆ ทดลองหน่อยซิ รับได้ส่งได้หรือเปล่า
(ได้ยินแว่วๆ ว่าเรียกไป HS1AB ที่อยุ่
ห่างออกไปกว่า 30 กม. ยังติดต่อได้สบายนะ)
 

กลุ่มนี้ทำไปทำมา ต้องเนรเทศตัวเองออกมา
อยู่ริมสนาม ห่างจากบ้าน 50-60 เมตร
เพราะต้องหลบสัญญาณ wifi ที่บ้านของพี่ตู่
(hs1zhy) และบรรดา hotspot ของเพื่อนๆ
ในบริเวณบ้าน


ทำกันตั้งแต่บ่ายจนค่ำ สุดท้ายก็สำเร็จ
 
เพื่อนอีกส่วนหนึ่ง ก็ใช้สถานี ติดต่อเพื่อน
ต่างประเทศไปในย่านความถี่ HF
 
คุณเจณณ์ (E22UOJ) รับอาสาปีนขึ้นไป
แต่แค่กลางๆ เสา Tower เพื่อติดสายอากาศ
แบบ End-fed ในย่านความถี่ HF เพื่อ
ทดลองใช้งานระบบดิจิตอล
 
ส่วนกลุ่มนี้ ทำจนเหนื่อย ขอพักก่อน
มาให้กำลังใจเพื่อนๆ แทน
 
กว่าจะจบกิจกรรม ประชุมชมรม เก็บของต่างๆ เสร็จ ก็เข้าไปสองทุ่มกว่าๆ ทั้งเหนื่อยทั้งสนุกแล้วพบกันอีกในกิจกรรมในเดือนหน้า
ท่านที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อน ชมรม The DXER (เรียกขาน E20AE) ได้ที่ความถี่ 144.9375 MHz หรือ DSTAR REF087C หรือ Facebook ( www.facebook.com/e20ae ) ครับ
 
73 DE HS0DJU (จิตรยุทธ จุณณะภาต)