วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ขอเชิญร่วมกิจกรรมและประชุมประจำเดือน พฤษภาคม 2562


ขอเชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรมและประชุมประจำเดือน พฤษภาคม 2562 ซึ่งกับวันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 17.00 น.

1. บรรยาย และ สอนทำสายอากาศ Double Bazooga และ Fork Antenna โดยอาตุ้ม พลายณรงค์ แก้วสถิตย์ (HS1DNG)

2. ฟังบรรยายเรื่องการเชื่อมโยง Digital Mode ในระบบต่างๆ (DSTAR, DMR, FUSION, Peanut) และการตั้งค่าพื้นฐานต่างๆ ของเครื่องวิทยุรับส่ง DSTAR, DMR โดยคุณนพดล เต็มกมลรัตน์ (HS1ZHY) 

3. การตั้งค่าจอ Nextion  เพื่อใช้กับ Hotspot โดยคุณจีรพันธ์ ชัยกุล  (HS1ZBT)

4. การติดตั้งจานรับดาวเทียม พร้อมอุปกรณ์ (SDR) เพื่อรับดาวเทียมวงโคจรต่ำ โดยคุณสิปปภาส นิพนธ์กิจ (E24MTA) (อาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความพร้อมอุปกรณ์)

5. สาธิตการติดต่อย่าน HF โดยใช้สายอากาศที่ผลิตขึ้นกันเองในชมรม โดยคุณจิตรยุทธ จุณณะภาต (HS0DJU) และคุณเจตพล ดิษทับ (E24MAL)

6. การทดลองเพิ่มประสิทธิภาพสายอากาศยาง และสายอากาศสไลด์ ติดเครื่องวิทยุมือถือให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นโดย HS0DJU และ E24MAL

แล้วพบกันนะครับที่บ้านของคุณนพดล (HS1ZHY) ซ.คลองหลวง 10 ข้างโรงกษาปณ์ ถ.พหลโยธิน รังสิต ปทุมธานี

ติดต่อชมรมได้ทาง Facebook และความถี่ 144.9375MHz หรือ DSTAR ครับ

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

The DXER Thailand DSTAR NET


ชมรม The DXER Thailand Clubstation
NET บน DSTAR แรกในประเทศไทย
ทุกวันเสาร์ 19:00 - 20:00 น. โดยประมาณ

แม้หลักการด้านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นสิ่งที่เป็นจริงทางกายภาพ (Physics) ที่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่วิทยาการด้านการสื่อสารที่นำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามาใช้งานยังคงพัฒนาอยู่ตลอดเวลา หนึ่งในนั้นคือโหมดการสื่อสารแบบดิจิตอลทั้งหลาย

DSTAR (คลิกเพื่ออ่านเรื่อง มารู้จักวิทยุสื่อสารระบบ DSTAR กันเถอะ) ก็เป็นอีกโหมดการสื่อสารหนึ่งที่ถูกพัฒนาโดย Icom และใช้งานอย่างกว้างขวาง  ในประเทศไทยเริ่มใช้อย่างแพร่หลายในหมู่นักวิทยุสมัครเล่นเมื่อปี 2561 เมื่อมีเครื่องวิทยุ Icom รุ่น ID-51E plus2 จำหน่ายและสามารถจดทะเบียน มี/ใช้ ได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย  และได้รับการส่งเสริมจาก กสทช. ในการติดตั้งระบบ Repeater/Gateway ในหลายจังหวัด และต่อกับเซิร์ฟเวอร์ (เรียกว่า Reflector 087C) ให้นักวิทยุไทยได้ใช้กันในหลายจังหวัด

ชมรม The DXER Thailand (สัญญาณเรียกขาน Club Station ได้รับอนุญาตจาก กสทช. คือ E20AE) เล็งเห็นว่า ชมรมสามารถจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองได้ เพื่อทั้งให้เพื่อนนักวิทยุได้ใช้งาน และเป็นเซิร์ฟเวอร์สำรองในระบบ DSTAR ของประเทศ คุณนรภัทร พัชรพรพรรณ (E24YVI) จึงติดต่อและจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์ขึ้น และขอชื่อเป็น REF911C ที่เพื่อนๆ สามารถใช้ทั้ง Hot spot ส่วนตัว หรือ สั่งให้ Gateway ต่อเข้ามา และติดต่อสื่อสารกันได้

เพื่อเป็นการทดสอบ และเตรียมความพร้อมในยามฉุกเฉิน ชมรม The DXER Thailand จึงจัดให้มีการทดสอบสัญญาณผ่านระบบ DSTAR เป็นประจำทุกวันเสาร์ เวลา 19:00-20:00 น. โดยประมาณ โดยเริ่มทดสอบเป็นครั้งแรกในวันที่ 3 มีนาคม 2562 โดยมีเพื่อนสมาชิกเข้ามาทักทายจำนวน 10 ท่าน นับเป็นชมรมแรกในประเทศไทยที่ดำเนินการในเรื่องนี้

สำหรับท่านที่ต้องการร่วมทดสอบสัญญาณกับ The DXER Thailand DSTAR NET สามารถสั่งให้ hot spot หรือ Gateway ต่อเข้ามาที่ REF911C ได้เลยในวันและเวลาดังกล่าว (ดูวิธีต่อเชื่อมในวิดิโอ 1 ด้านล่าง)

วิดิโอ 1 การตั้งเครื่อง ICOM ID-51E
ให้สั่ง Hot Spot ให้ต่อเชื่อมกับ REF911C


แล้วเข้ามาทักทายกันนะครับ ขอบคุณครับ
73 DE HS0DJU

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ทดสอบสายอากาศ ของแท้-ไม่แท้


สายอากาศแปลงกลับไปมาระหว่างพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า และถ้าจะว่าไปแล้ว สายอากาศนับเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่แปลงรูปพลังงานที่ง่ายที่สุดในโลกอย่างหนึ่ง เพราะถ้าเราดูอุปกรณ์แปลงพลังงานเช่น หลอดไฟ (แปลงจากพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแสงสว่าง) ก็ทำยาก ต้องมีไส้หลอด มีการสูบอากาศออก หรือ บรรจุสายเคมี หรือ มอเตอร์ไฟฟ้า ที่แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกลในรูปของแรงบิดและความเร็วรอบ ยิ่งซับซ้อน ต้องมีแม่เหล็ก มีขดลวด วุ่นวายโกลาหล หรือ โซล่าร์เซลล์ ที่แปลงจากพลังงานแสง (โฟตอน) เป็นพลังงานไฟฟ้า ก็ไม่ได้สร้างกันได้ง่าย หรือ ลำโพงที่แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นเสียงในรูปแบบของความดันอากาศ ก็ต้องมีแม่เหล็ก มีขดลวด มีกรวยลำโพง ไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ

ในขณะที่ สายอากาศแบบไดโพล แค่เอาลวดความยาวเหมาะสมมาสองเส้น ต่อสายนำสัญญาณเข้าไป ก็ใช้งานได้สมบูรณ์แล้ว ง่ายกว่าเยอะเลยจริงไหม

ของแท้ และไม่แท้

สายอากาศที่วางขายกันอยู่ มีมากมายหลายรูปแบบ หลายการออกแบบ ทั้งโครงสร้างทางไฟฟ้าและทางกายภาพ วัสดุที่หลากหลาย มีผู้ผลิตจำนวนมาก บ้างก็เป็นต้นตำรับการออกแบบและสร้างขึ้น บ้างก็เป็นผู้ที่ลอกเลียนแบบเอาดื้อๆ ในขณะที่บางเจ้าก็เอามาดัดแปลงแก้ไขอีกนิดๆ หน่อยๆ แล้วขายในชื่อเดิม (ที่ไปลอกเขามานั่นล่ะ) หรือตั้งเป็นยี่ห้อตราสินค้าใหม่ของตัวเองก็มี จนบางทีเราแยกของแท้ หรือ ไม่แท้ ออกจากกันได้ยาก แต่สิ่งหนึ่งที่อาจจะช่วยแยกแยะได้คือเรื่องของ ราคา คุณภาพวัสดุ และความเป็นเจ้าของการออกแบบภายใต้ตราสินค้านั้นเป็นคนแรก ก็คงพอจะถือได้ว่าเป็นของต้นตำรับ (Original, Genuine)

ของตัวอย่าง#1 (ราคา 400 บาท)

ไม่นานมานี้ผมสั่งซื้อสายอากาศชัก (บางคนเรียก สไลด์ แต่คำภาษาต่างประเทศที่ถูกต้องคือ Telescopic) จากต่างประเทศมาต้นหนึ่ง (สารภาพตามตรงว่า 3 ต้นด้วยซ้ำ) ด้วยเห็นว่าราคาไม่แพง ตกต้นละ 400 บาทเท่านั้น และที่ก้นของมันเป็นขั้วแบบ SMA-male (ตัวผู้) ที่ไขเข้ากับขั้วสายอากาศของเครื่อง Icom ID-51 ได้อีกด้วย ดูภาพที่ 1



ภาพที่ 1 สายอากาศ telescopic
ราคา 400 บาท ที่สั่งซื้อมาทดลอง
ที่ตัวซองและโคนสายอากาศระบุรุ่น
RH-770

ผมทดลองทดสอบการรับเทียบกับสายอากาศยางที่แถมมากับตัวเครื่อง Icom ID-51 โดยคร่าวๆ ได้ผลดีทีเดียว คือรับสัญญาณได้มากขึ้นประมาณ 3-4 S meter ซึ่งผมทราบจากการทดสอบก่อนหน้าแล้วว่า สำหรับเครื่อง Icom ID-51 ของผมนั้น 1 S meter  จะบอกความแรงสัญญาณต่างกันได้ประมาณ 2.2 dB ดังนั้น 3-4 S meter ที่ต่างกันก็คงเป็นสัญญาณที่ต่างกันประมาณ 6.6 - 8.8 dB (ในทิศทาง/มุม ของคู่สถานีที่ผมทดสอบด้วย) เลยเชียว

สายอากาศ ราคา 400 บาทนี้ทำงานได้ดี คุณภาพการสร้างถือว่าดีพอใช้ การรูด ดึง เข้าออกของท่อนต่างๆ ถือว่าแน่นหนาพอสมควร แม้จะไม่ราบรื่นแบบไร้ที่ตินัก เมื่อใส่สายอากาศเข้ากับเครื่องวิทยุ Icom ID-51 แล้ว จะเหลือช่องว่างระหว่างโคนของสายอากาศกับตัวเครื่องนิดหน่อย (ประมาณ 1.5 มม.)  วิธีแก้ไขของผมก็คือ ทำแหวนพลาสติกเล็กๆ อันหนึ่ง ติดอีพ็อกซีไว้ที่ฐานของสายอากาศชัก เมื่อไขเข้าไปจึงแนบสนิทได้ (ดูภาพที่ 2 และ วิดิโอ 1)




ภาพที่ 2 สายอากาศ#1
ไม่สามารถไขลงสุดให้ฐาน
แนบกับตัวเครื่องได้

วิดิโอ 1 เมื่อไขจนสุดเกลียว (ที่ทำไว้)
แล้ว สายอากาศ#1 จะไขลงไม่สุด


ด้านไฟฟ้า ผมลองวัด VSWR ของสายอากาศ#1 ได้ผลออกมาเป็นในภาพที่ 4 และ 5 จะเห็นว่าในย่าน VHF ได้ค่าที่น่าพอใจทีเดียว ในขณะที่ย่าน UHF ถือว่า "พอใช้" อย่างไรก็ตาม เน้นตรงนี้อีกสักครั้งว่า ค่าของ VSWR อาจจะไม่ได้สัมพันธ์กับความสามารถในการ รับ/ส่ง ของสายอากาศนั้นก็ได้นะครับ เพราะเรื่องความสามารถในการ รับ/ส่ง เราต้องทดสอบคนละวิธีการกัน (เช่น ทดสอบด้วยการใช้งานจริง หรือวัดด้วย Field Strength Meter)


ภาพที่ 3 VSWR ที่ความถี่ย่าน
2 เมตร ของสายอากาศ#1


ภาพที่ 4 VSWR ที่ความถี่ย่าน
70 เซนติเมตร ของสายอากาศ#1

ของตัวอย่าง#2 (ราคา 1,200 บาท)

หลังการหลงไหลได้ปลิ้มกับสายอากาศราคา 400 บาทที่ซื้อมา (สายอากาศ#1) ที่ทั้งถูก และใช้งานได้ดี ผมก็ช้อปปิ้งออนไลน์ต่อ จนพบสายอากาศหน้าที่เหมือนๆ กัน แต่ราคากลับต่างกันมาก แถมเขียนไว้ว่า Genuine (ของแท้) ด้วย ในราคาประมาณ 1,200 บาท แว่บแรกก็คือในใจว่า เอ๊ะ หรือนี่จะเป็นของแท้จริงๆ ที่ของเรา 400 บาทที่ซื้อมานั้นไปลอกเลียนหรือก้อปปี้เอามาทำขายเอาตรงๆ แล้วถ้า 400 บาทมันดีขนาดที่ได้ทดลองใช้มาแล้ว (บอกตรงๆ ว่าพอใจมาก) เจ้า 1,200 บาทนี่มันจะเลอเลิศขนาดไหน ว่าแล้วก็ คลิกๆๆ เงินไป รอของอีกสองสัปดาห์ ก็ส่งมาถืง

เปิดซองที่แพ็คมาอย่างแน่นหนา (มีสายอากาศอันเดียวนั่นแหละ แหม ตั้ง 1,200 บาท จะทำเท่สั่งมา 3 อันแบบตอน 400 บาทก็คงไม่ไหวมั้ง) แว่บแรกที่เห็น เฮ้ย ซองเล็กกว่าแฮะ ดูภาพที่ 5 แล้วตัวสายอากาศล่ะ มันจะเท่ากันไหมเนี่ย (คิดมากไปหรือเปล่าเรา)


ภาพที่ 5 เปรียบเทียบซองของ
สายอากาศ#1 ราคาถูก (บน) และ
#2 Genuine ราคาสูง (ล่าง)
 จะเห็นว่าของราคาสูง ซองเล็กกว่า

ถ้าเทียบขนาดแล้ว จะเห็นว่าของแพงกว่านั้นมีขนาดเมื่อหดลงสุด "สั้นกว่า" อันที่ถูกกว่าเล็กน้อย (ดูภาพที่ 6) แต่เมื่อยืดทุกท่อนของสายอากาศทั้งสองออกจนหมด ขนาดจะเท่ากันพอดีเป๊ะ และหลังจากทดลอง ดึง ดัน ยืด หด อยู่สองสามครั้ง พบว่าสายอากาศ#2 (ราคา 1,200 บาท) แน่นหนาแต่ลื่นไหลได้ราบเรียบกว่า การเคลือบผิวของสายกาศ (โครเมี่ยม) สายอากาศทีแพงกว่าดูหนากว่า

ภาพที่ 6 ขนาดของตัวสายอากาศ
#1 ของราคาถูก (บน) และ #2
Genuine ซึ่งราคาสูงกว่า (ที่โคน
ของสายอากาศระบุ RH-770S)
จะเห็นว่าเมื่อหดสั้นสุดจะยาวไม่เท่ากัน

สายอากาศ#2 ที่ดูเป็นสายาอากาศต้นฉบับ (Genuine) มีราคาสูงกว่า เมื่อติดตั้งเข้ากับเครื่องวิทยุ Icom ID-51 จะสามารถไขสายอากาศลงไปได้สุด ฐานของสายอากาศแนบสนิทกับตัวเครื่องวิทยุ ทำให้รับแรงที่มากระทำได้ดีกว่า ดูภาพที่ 7 และ วิดิโอ 2

ภาพที่ 7 สายอากาศ#2 Genuine
สามารถไขเข้ากับขั้วของ Icom ID-51
ได้สุด ทำให้สนิทแน่น รับแรงได้ดี
โดยไม่ต้องหาแหวนพลาสติกมารอง


วิดิโอ 2 สายอากาศ#2 ที่ราคาสูงกว่า
สามารถไขลงได้สนิทแนบแน่น ดูแล้ว
แข็งแรงกว่า


ลองเอาสายอากาศ#2 ที่ราคาสูงกว่า มาวัด VSWR ปรากฏว่า ที่ย่านความถี่ 2 เมตร VSWR ดูสูงกว่าสายอากาศต้นที่ถูกกว่าเล็กน้อย  แต่จุดที่มี VSWR ต่ำสุดอยู่ที่ความถี่ประมาณ 147MHz และค่าต่ำมาก (ดูภาพที่ 8) และเมื่อวัดที่ความถี่ย่าน 70 เซนติดเมตร ค่า VSWR กลับดูสูงกว่าของสายอากาศ#1 ที่ราคาถูกกว่าอยู่พอควร  (ดูภาพที่ 9)


ภาพที่ 8 VSWR ที่ความถี่ย่าน
2 เมตร ของสายอากาศ#2


ภาพที่ 9 VSWR ที่ความถี่ย่าน
70 เซนติเมตร ของสายอากาศ#2

อย่างไรก็ตาม จากการทดสอบการใช้งานสายอากาศ#1 (400 บาท) กับสายอากาศ#2 (1,200 บาท) ในการใช้งานจริงในย่าน 2 เมตร ก็ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ดูวิดิโอที่ 1



วิดิโอที่ 1 การทดสอบสายอากาศ
#1 และ #2 พบว่าใช้งานได้ดีพอกัน
และดีกว่าสายอากาศยางที่มากับเครื่อง
Icom ID-51 อย่างชัดเจน

สรุป

ด้วยโครงสร้างที่ไม่ได้ซับซ้อนมาก ทำให้การสร้าง และผลการใช้งานสายอากาศทั้งสองแบบ (ที่มีราคาต่างกันมาก) ไม่ต่างกันจนสังเกตเห็นได้ ในขณะที่สายอากาศต้นที่ราคาต่ำกว่าอาจจะให้ผลการวัด VSWR ดูจะดีกว่าในย่าน UHF ด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามนี่อาจจะเป็นผลจากการสุ่มตัวอย่างได้มาซึ่งของที่ ดี/ไม่ดี จำเพาะที่เป็นตัวอย่างที่นำมาทดลองนี้ก็ได้ ข้อดีของสายอากาศตามตัวอย่างในต้นที่ราคาสูงกว่า มีคุณภาพการผลิตดีกว่า และเมื่อติดตั้งเข้าไปกับเครื่อง Icom ID-51 แล้วจะแนบแน่นสนิทกับตัวเครื่อง ไม่ต้องรองแหวนให้วุ่นวาย การตัดสินใจเลือกใช้ก็แล้วแต่นักวิทยุสมัครเล่นแต่ละท่านครับ

แล้ว พบกันใหม่ในเรื่องดีๆ ที่จะนำมาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันอีกในคราวต่อๆ ไปครับ
73 DE HS0DJU (จิตรยุทธ จุณณะภาต)

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2562

รู้จัก S-meter บนเครื่องของเราให้มากขึ้น


ไม่นานมานี้ ผมซื้อสายอากาศชัก (telescopic) มาเล่นกับเครื่องวิทยุ ICOM ID-51E พอเปลี่ยน เทียบกับสายอากาศยาง แล้ว S meter ต่างกัน 3 S meter ทำให้สงสัยว่า มันเท่าไรกันแน่

เรื่องการวัด ความแรงในการรับ/ส่ง ของสายอากาศนี้ ผมเคยเอา Field Strength meter (ตัวละ 3 หมื่นกว่าบาท) มาวัดเล่นๆ มันก็ดีจริงๆ ตามแบบของเครื่องมือวัด คือละเอียดเสียจนค่าที่วัดได้แกว่งไปมา อ่านค่ายากมาก (คงเหมาะกับในห้องทดลองที่ควบคุมสัญญาณต่างๆ ได้ดี เสียมากกว่า) จึงเป็นที่มาของการทดสอบทดลองเล่นๆ ตามมา

การทดลอง

รับสัญญาณจากสถานีที่มีกำลังส่งคงที่ สัญญาณคงที่ ในกรณีนี้ผมลองรับจาก HS1AB ด้วยสายอากาศไดโพล แต่ต่อคั่นระหว่างสายนำสัญญาณจากสายอากาศด้วยเครื่องลดทอนสัญญาณ (attenuator) ก่อนต่อเข้าเครื่องวิทยุ (ดูภาพที่ 1) จากนั้นปรับอุปกรณ์ลดทอนสัญญาณ (attenuator) จนได้ระดับความแรง S9 บนจอของเครื่องวิทยุ  นั่นคือเป็น S9 พอดีๆ ไม่ขาด และห้ามเกิน เพราะหากไม่เริ่มด้วยการทำแบบนี้ สัญญาณแรกเริ่มอาจจะแรงกว่า S9 ไปมากแค่ไหนก็ไม่ทราบได้


ภาพที่ 1 การต่ออุปกรณ์ในการทดลอง

จากนั้นค่อยๆ เพิ่มการลดทอนสัญญาณ พร้อมกับจด S meter  บนหน้าจอในแต่ละการลดทอนสัญญาณเอาไว้ จนกระทั่งเหลือ S1 และ ไม่มี S meter แต่ยังพอรับสัญญาณได้บ้าง (ดูภาพที่ 2 และ วิดิโอ 1) 

ภาพที่ 2 เราสามารถลดทอนสัญญาณ
จากสายอากาศก่อนเข้าเครื่องวิทยุได้
ด้ววการปรับระดับการลดทอนสัญญาณ

วิดิโอ 1 การทดลองลดทอนสัญญาณ
เพื่อดูว่ามีผลกับ S-meter อย่างไร

การทดลอง ได้ผลเป็นตามตารางที่ 1
ตารางที่ 1 ความสัมพันธ์ของ S-meter
กับระดับการลดทอนสัญญาณ

จากตารางจะเห็นว่า ผมใช้สายอากาศไดโพลเล็กๆ ความสูงประมาณ 5 เมตร รับสัญญาณจากสถานี HS1AB ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 20 กิโลเมตร ผมปรับลดทอนสัญญาณจากสายอากาศลงมา 15 dB ถึงจะลดความแรงของ HS1AB ลงมาเป็น S9 พอดีได้ และลดลงไปเรื่อยจนถึงระดับ 35dB จึงทำให้ S-meter เหลือ S1

ผลการทดลอง

ต้องบอกก่อนว่า ทั้งหมดนี้เป็นการทดลองนอกห้องปฏิบัติการ (ด้วยเครื่องมือที่ปรับเทียบ ด้วยการทดลองที่รับรองผลถูกต้องตามหลักสถิติ เป็นต้น) เพื่อเป็นแนวทางเท่านั้น ดังนั้นตัวเลขต่างๆ อาจจะไม่แม่นยำ แต่ใช้เป็นแนวทางได้ จากผลจะเห็นว่า

1) ช่วง จาก S0-S1 มีความแตกต่างประมาณ 5dB (S0 คือ S meter ไม่ขึ้น แต่ รับได้)
2) ช่วงจาก S1-S9 แตกต่างกันประมาณ 20 dB แต่ละ S meter จะต่างกันค่อนข้างเท่ากัน นั่นคือ
3) S-meter ละ ประมาณ 2.2dB หรือประมาณ 1.66 เท่า

หมายเหตุ: ผมเคยวัด Yaesu FT-258 ได้ผลต่างไป คือ S1-9 ต่างกันราว 40dB

ย้อนไปดูการทดสอบสายอากาศชักของผม

ตอนนี้ผมก็พอรู้แล้วว่า 3 S meter ที่ต่างกันคือราว 6.6 dB หรือราว 4.57 เท่า  ซึ่งความจริงเกน (ซึ่งคือ maximum gain ที่ดีที่สุดของสายอากาศต้นหนึ่ง ในทิศทางใดก็ตาม) ของสายอากาศสไลด์กับสายอากาศยาง มันคงไม่ต่างกัน 5-6 dB หรอก แต่น่าจะเป็นเพราะตำแหน่งการวาง มุมการรับ ที่เกนของสายอากาศยางมันผิด (ขึ้นฟ้า) มากกว่าสายอากาศสไลด์ไปมาก นั่นเอง 

ทั้งหมดนี้ก็แนวทางที่จะได้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ S-meter บนเครื่องวิทยุของเรา อย่างน้อยพอทราบว่าการที่เรารับได้ "ครึ่งจอ" ที่ S5
กับ "เต็มจอพอดี" ที่ S9) หรือ S3 กับ S7 บนเครื่องของเรา สัญญาณอรงต่างกันเท่าไร ในกรณีของ ID-51 คือ 8-9 dB หรือ ราวๆ 8 เท่าตัว ซึ่งอย่างน้อยก็จะทำให้เรารู้จักเครื่องวิทยุของเราเองมากขึ้น เวลาเราเปลี่ยนสายอากาศ หรือขยับตำแหน่ง แล้ว S meter ขึ้นต่างกัน จะได้พอบอกได้ว่า ความแรงของสัญญาณต่างกันเท่าไร เป็นอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่เราพอจะทำเล่นเองได้ จากอุปกรณ์ เครื่องมือที่เรามีอยู่แล้ว

สรุป

เราสามารถทดสอบได้ว่า S meter บนเครื่องรับวิทยุของเรา บอกความแรงของสัญญาณที่รับที่ S meter ต่างกันเป็นอย่างไร แต่ก็เป็นผลแบบ "สัมพัทธ์" จาก S meter หนึ่งไปอีก S meter หนึ่ง ไม่ใช่ว่า S meter ใดรับสัญญาณแรงขนาดใดได้ (เช่น 25 dBm ที่ S3 เพราะนั่นต้องใช้เครื่องมือที่ซับซ้อนขึ้น (คือ RF oscillator / Service Monitor ดูภาพที่ 3) แต่เราต้องทดสอบเองเพื่อให้ทราบ เพราะผู้ผลิตมักไม่ได้บอกข้อมูลนี้มาด้วย

ภาพที่ 3 เครื่อง Service Monitor
ที่ปรับเทียบมาตรฐานแล้ว สามารถให้ผล
การวัดที่แม่นยำ แต่ราคาสูงและใช้ในห้อง
ปฏิบัติการหรือซ่อมบำรุงเป็นหลัก

แล้วพบกันในเรื่องที่น่าสนใจในตอนต่อไปนะครับ
73 de HS0DJU (จิตรยุทธ จุณณะภาต)

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2562

ร่วมเฉลิมฉลองและติดต่อสถานีสัญญาณเรียกขานพิเศษ HS10KING/MM


- - คัดลอกจาก Facebook ของ RAST - -

กิจกรรมวิทยุสมัครเล่นครั้งสำคัญที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์

HS10KING/mm สัญญาณเรียกขานพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์วิทยุสมัครเล่นไทย ด้วยการออกอากาศทุกย่านความถี่วิทยุสมัครเล่นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน

กองทัพเรือ ร่วมกับสมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญนักวิทยุสมัครเล่นไทยและนักวิทยุสมัครเล่นทั่วโลก ร่วมเฉลิมฉลองการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 กับสถานีวิทยุสมัครเล่นสัญญาณเรียกขานพิเศษ HS10KING/mm ที่ออกอากาศบนเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เรือหลวงจักรีนฤเบศร เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วิทยุสมัครเล่นไทย เพื่อร่วมกันถวายความจงรักภักดี และร่วมเฉลิมฉลองการพระราชพิธีอันเป็นมหามงคลยิ่งของพสกนิกรชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน

นักวิทยุสมัครเล่นสามารถเฝ้าฟัง และติดต่อกับสถานีสัญญาณเรียกขานพิเศษ HS10KING/mm ได้ทุกย่านความถี่ สำหรับความถี่ย่าน VHF สามารถเรียกขานสถานีสัญญาณเรียกขานพิเศษ HS10KING/mm ได้ที่ความถี่ 145.0000 MHz ตั้งแต่เวลา 07.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคมเป็นต้นไปจนถึงเวลา 18.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 พิกัดภูมิศาสตร์ OK02 น่านน้ำอ่าวไทย อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.rast.or.th

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการถวายความจงรักภักดี ร่วมกันเผยแพร่พระเกียรติคุณขององค์พระมหากษัตริย์ไทย พระผู้ทรงเป็นศูนย์รวมใจของนักวิทยุสมัครเล่นไทย ให้แผ่ไพศาลไปทั้งบนแผ่นดินแลแผ่นน้ำของราชอาณาจักรไทย และขจรกระจายไปไกลทั่วทั้งโลก

วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2562

Cake-box Hotspot


การเป็นนักวิทยุสมัครเล่นนั้น นอกจากเราจะได้ศึกษาหาความรู้พัฒนาตัวเองเกี่ยวกับ ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ทางการสื่อสาร การพูดคุยปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ การประดิษฐ์ต่างๆ บางทีเรายังมีโอกาสได้ทำของน่ารักๆจุกจิกเอาไว้ใช้เองอีกด้วย

ที่หยิบยกมาให้ดูกันในคราวนี้ก็เป็นอุปกรณ์ ที่ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อสัญญาณจากเครื่องรับส่งวิทยุออกไปยังอินเตอร์เน็ท  ของวิทยุระบบดิจิตอล DSTAR ที่ประดิษฐ์โดยคุณเจณณ์ ปานกลาง (E22UOJ) ที่เห็นกล่องขนมเค้กเล็กๆ เหลืออยู่ที่บ้าน ใหญ่พอจะใส่ทั้งวงจรและจอลงไปได้ ก็เอามาใส่ไว้

มีอะไรในกล่องเค้ก


วงจรในกล่องเป็น hotspot สำหรับวิทยุดิจิตอลระบบ DSTAR ทำงานบนคอมพิวเตอร์จิ๋ว Pi Zero และบอร์ดเครื่องวิทยุแบบ MMDVM ติดตั้งจอ Nextion ทำให้ทราบรายละเอียดของการติดต่อมากขึ้น

การระบายความร้อน



เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะคุณเจณณ์ จัดการติดตั้งพัดลมระบายอากาศขนาดเล็กเอาไว้ ทำงานกันได้ทั้งวัน ไม่ขาดตอนแน่นอน
ปกติคุณเจณณ์จะใช้งาน hotspot กล่องขนมเค้กนี้ที่ออฟฟิศ ใช้อแดปเตอร์โทรศัพท์ขนาดที่จ่ายไฟฟ้าได้ 1.5แอมป์ก็ทำงารได้เสถียร  (เคยหาซื้อแบบ 2.5แอมป์มาแต่คุณภาพคงไม่ดีนัก จึงไม่เสถียร เครื่องดับเองได้)

เพื่อนที่มีสิ่งประดิษฐ์ ก็ลองเอาจับใส่กล่องสวยๆ น่ารักๆ แล้วส่งภาพมาอวดกันบ้างก็ได้นะครับ
73 de
เจณณ์ ปานกลาง (E22UOJ)
เรียบเรียงโดย จิตรยุทธ จุณณะภาต (HS0DJU)

กิจกรรมและประชุมประจำเดือน เมษายน 2562


กิจกรรม และประชุมประจำเดือน เมษายน 2562 ของชมรม The DXER (Thailand) (สัญญาณเรียกขาน E20AE) จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 เมษายน2562 ที่บ้านของคุณนพดล เต็มกมลรัตน์ (HS1ZHY) ซ.คลองหลวง 10  ถ.พหลโยธิน อ.รังสิต จ.ปทุมธานี เหมือนเช่นเคย

กิจกรรม
เริ่มเวลา 08:00 โดยประมาณ
- Digital Workshop วันนี้เพื่อนๆ มาทำกันต่อ ทั้งสำหรับ DSTAR และ DMR ส่วนมากเป็นการ Configuration หรือปรับแต่งให้ทำงานได้ดีกับระบบของแต่ละคน
- กิจกรรม สร้าง ซ่อม ดัดแปลง สายอากาศ ยังคงเข้มข้น อาตุ้ม พลายณรงค์  (HS1DNG) ยังมีสายอากาศแปลกๆ มาให้เพื่อนได้เล่นกัน
- Portatble Station HF/VHF นั่งเล่นกันกลางสนาม คุณเจตพล (E22MAL) นำสายอากาศแบบ End-fed มาทดสอบกัน

เพื่อนมากันแต่เช้า หลายท่าน
มาถึงก็จับกลุ่มทำกิจกรรมกันเลย
 

นี่เขาทำ hotspot กันอยู่
จับมาปรับแต่ง กลัวจะไม่แรง

 
มีทั้งจอ มีทั้งแบตเตอรี่ สรุปคือ
hotspot ตัวนี้ไปไหนก็ได้
 
 

คุณตี๋ สิปปภาส นิพนธ์กิจ (E24MTA)
เอาเครื่องรับแบบ SDR มาทดสอบ
 
เครื่องมือทดสอบง่ายๆ ที่ทำกันเอง
ก็ใช้งานได้ดี สามารถบอกอะไรได้มาก
 




เพือนๆ ที่ทำสายอากาศก็ทำเล่นกันไป
ตั้งแต่เช้าจนมืด โชคดีที่วันนี้ร้อนมาก
ยุงทั้งหลายเลยไม่รบกวนมากนัก
 
อ้าว เป็นไงมาไงล่ะ พัดลมไม่หมุน
ไม่พูดมาก เจ็บคอ "รื้อ" เลยจ้า
ปรากฎว่าพัดลมดี แต่ไฟไม่มา
ทางทางแก้ไขกันไป
 
 
 
กลุ่มนี้เขามาตั้งโต๊ะกันกลางสนาม
ตั้งไป ยกโต๊ะหลบแดดกันไป
ออกอากาศย่าน HF ด้วยรหัสมอร์ส
คุยไปได้หลายประเทศเหมือนกันนะ
ใช้สัญญาณเรียกขาน ตามด้วย /P
เพื่อบอกว่า สัญญาณอ่อนๆ นี้เป็น
สถานี portable นะ ช่วยรับหน่อยนะ
 
การประชุมชมรม
ในเดือนนี้เนื่องจากกิจกรรมยุติลงเร็ว เพื่อนๆ ติดธุรกิจส่วนตัวกันหลายท่าน จึงยกวาระการประชุมไปในเดือนถัดไป
 
แล้วพบกันใหม่ในกิจกรรมและประชุมประจำเดือน พฤษภาคม 2562 นะครับ
73 DE HS0DJU (จิตรยุทธ จุถณณะภาต)